วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มือถือในอนาคต

มือถือในอนาคต

ทิ้งท้ายกันที่ข่าวความเป็นไปของโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการเอาไว้ในตัวกันซักนิดครับ เนื่องจากแนวโน้มของโทรศัพท์มือถือประเภท Smart Phone (โทรศัพท์ที่รองรับรูปแบบการทำงานได้มากมาย) จะมีการติดตั้ง OS (Operating System) หรือระบบปฏิบัติการเอาไว้ในตัวด้วย เพื่อความสามารถในการรองรับกับโปรแกรมต่างๆ จำนวนมากที่ผู้ผลิตโปรแกรมสร้างสรรค์ขึ้น ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์การใช้งานรูปแบบต่างๆ และแน่นอนเลยครับว่า เมื่อทั้งโทรศัพท์มือถือ และเทคโนโลยีก้าวไปพร้อมๆ กัน โทรศัพท์มือถือในยุคต่อไป จะกลายเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่มีคุณสมบัติมากมาย และสามารถตอบสนองต่อการทำงานได้อย่างโดดเด่นจนเราคาดไม่ถึง!!



มือถือติด OS (Operating System)
ล่าสุดนี้ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ได้ทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการ (OS) เพิ่มเข้าไป โดยขณะนี้ สามารถแบ่งระบบปฏิบัติการออกเป็น 2 ค่ายใหญ่ด้วยกัน นั่นคือ ค่าย 'ซิมเบี้ยน' ที่เป็นการรวมตัวกันของผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลก โดยมีการตั้งเป็น 'ฟอรั่ม' หรือ 'กลุ่มผู้ร่วมมือ' พร้อมกับมีการแบ่งระบบปฏิบัติการออกเป็นหลายรุ่นเช่น System 60 (Symbian 6.0) หรือ System 70 (Symbian 7.0) โดยระบบปฏิบัติการเหล่านี้ ได้ถูกนำไปติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือหลายรุ่นเช่น Nokia 6600, Siemens SX-1 หรือ Ericsson P800 เป็นต้น ในขณะที่ระบบปฏิบัติการอีกค่ายคือ 'ไมโครซอฟท์ โมบายล์' ซึ่งขณะนี้ก็ได้เริ่มมีการนำมาติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือของทางใต้หวันบางรุ่นแล้ว โดยระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์นี้ ก็กำลังถูกจับตามองอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจากความเป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านไอที และความได้เปรียบ ในกรณีที่ตัว OS สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องพีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ ได้อย่างมีเสถียรภาพมากกว่า ระบบปฏิบัติการ จะช่วยให้โทรศัพท์สามารถติดตั้งและใช้งานโปรแกรมเพิ่มเติมต่างๆ ที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใดๆ ก็ตามได้ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมอำนวยความสะดวกต่างๆ โปรแกรมช่วยทำงาน โปรแกรมสื่อสาร หรือโปรแกรมประเภทเกม ฯลฯ ดังนั้น ในปัจจุบันโทรศัพท์ประเภท Smart Phone จึงมีความสามารถต่างๆ มากมาย ซึ่งจะมีความใกล้เคียงกับเครื่องพีดีเอในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

Mobile TV อนาคตโทรศัพท์มือถือ "3G" 
ในอนาคตอันใกล้ "โทรทัศน์แบบพกพา" หรือ TV on the go จะกลายเป็น "ตัวทำเงิน" ตัวใหม่ของบรรดาผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแทนบริการแบบดั้งเดิมทั้งหลาย เนื่องจากดีมานด์ของการชมโทรทัศน์ผ่านโครงข่ายโทรศัพท์ 3G (third-generation) กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริษัทวิจัยชื่อดังของอังกฤษชื่อ "อินฟอร์มา เทเลคอม แอนด์ มีเดีย" ประเมินว่า ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีจำนวนผู้ใช้บริการถ่ายทอด Mobile TV ทั่วโลกสูงถึง 124.8 ล้านคน แต่การที่จะปั้นให้ "Mobile TV" ขึ้นมาเป็นดาวเด่นก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักวิจัยอิสระในอังกฤษแห่งหนึ่งได้ออกมาเตือนว่าศักยภาพของเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สายแบบ 3G นั้นยังมีขีดจำกัดอยู่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าภายในต้นปี 2550 เครือข่ายจะเต็มจนสร้างปัญหาในการใช้งาน "อลาสแตร์ ไบรดอน" 1ในคณะผู้ทำรายงานระบุว่า ภาพและเสียงที่ส่งออกมาอย่างต่อเนื่องจะใช้พื้นที่ ความถี่ในเครือข่ายมากกว่าสัญญาณเสียงถึง 10 เท่า ดังนั้น หากมีผู้ชมโทรทัศน์นาน 10 นาทีต่อวันก็จะส่งผลต่อเครือข่ายมาก แม้ตอนนี้เครือข่าย 3G จะยังว่างอยู่ เพราะมีคนใช้บริการไม่มาก จึงยังไม่เกิดปัญหา แต่หากบริการได้รับความนิยมในอนาคต ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา

ผู้เรียบเรียง : นาย สิทธิพร ไชยพงษ์http://www.med.cmu.ac.th


ความเป็นมา

ความเป็นมา

มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม(Third Generation Mobile Network หรือ 3G) เป็นเทคโนโลยียุคถัดมาจากการเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สอง หรือ 2G ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา ในยุคของโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G มีมาตรฐานที่สำคัญที่มีการนิยมใช้งานอยู่ทั่วโลกอยู่ 2 มาตรฐาน กล่าวคือ

มาตรฐาน GSM (Glo balSystems Mobile Communication)อันเป็นมาตรฐานของกลุ่มสหภาพยุโรปปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดทั่วโลกสูงที่สุด

CDMA (Code Division Multiple Access) อันเป็นมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นลำดับที่สองจุดมุ่งหมายของการพัฒนา มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G ขึ้นก็เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานระบบสื่อสารส่วนบุคคล (Personal Communication) ในลักษณะไร้พรมแดน(GlobalCommunication)

โดยเปิดโอกาสให้ผู้ช้บริการสามารถนำเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปใช้งานที่ใดๆก็ได้ทั่วโลกที่มีการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวและยังเป็นยุคของการนำมาตรฐานสื่อสารดิจิตอลสมบูรณ์แบบมาใช้รักษาความปลอดภัยและเสริมประสิทธิภาพในการสื่อสารหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น บริการส่งข้อความแบบสั้น(ShortMessageServiceหรือSMS) และการเริ่มต้นของยุคสื่อสารข้อมูลผ่านเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นครั้งแรกโดยมาตรฐาน GSMและCDMA

ตอบสนองความต้องการสื่อสารข้อมูลด้วยอัตราเร็วสูงสุด9,600บิตต่อวินาที ซึ่งถือว่าเพียงพอเมื่อเปรียบเทียบด้วยอัตราเร็วของการสื่อสารผ่านโมเด็ม ในเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานเมื่อกว่าสิบปีก่อน


ผู้เรียบเรียง : นาย จักรกรฤษณ์ แก้วไพฑูรย์ที่มา    วารสารคอมพิวเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ อิเลคทรอนิกส์
ฉบับที่ 272 มกราคม-เมษายน 2548


คุณสมบัติหลัก

ความน่าสนใจ

จากการที่ 3G สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วสูง ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ อย่าง รวดเร็ว และ มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายในระบบ 3G สามารถ ให้บริการระบบเสียง และ แอปพลิเคชันรูปแบบใหม่ เช่น จอแสดงภาพสี, เครื่องเล่น mp3, เครื่อง เล่นวีดีโอ การดาวน์โหลดเกม, แสดงกราฟฟิก และ การแสดงแผนที่ตั้งต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็น แบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่สร้างความสนุกสนาน และ สมจริงมากขึ้น 3G ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้น โดย โทรศัพท์เคลื่อนที่ เปรียบเสมือน คอมพิวเตอร์แบบพกพา, วิทยุส่วนตัว และแม้แต่กล้องถ่ายรูป ผู้ใช้สามารถเช็ค ข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่า ใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่วนตัว และ ใช้บริการข้อมูลต่างๆ

เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าว บันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน, ข้อมูลการท่องเที่ยว และ ตารางนัดหมายส่วนตัว “Always On”

คุณสมบัิติหลัก

มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) นั่นคือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล ซึ่งการ เสียค่าบริการแบบนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบ ทั่วไป ที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย อุปกรณ์สื่อสารไร้สายระบบ 3G สำหรับ 3G อุปกรณ์สื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังปรากฏในรูปแบบของ อุปกรณ์ สื่อสารอื่น เช่น Palmtop, Personal Digital Assistant (PDA), Laptop และ PC

มาตรฐานหลัก

มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เพื่อเป็นการเพิ่มความคล่องตัวในการเปิดให้บริการ Non-voice อย่างเต็มรูปแบบ พร้อม ทั้งยังคงรักษาคุณภาพในการให้บริการ Voice ด้วยระดับคุณภาพที่ดีกว่าหรือทัดเทียมในยุค 2G จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3Gขึ้น โดยมีมาตรฐานสำคัญอยู่ 2 ประเภทคือ
  • มาตรฐาน UMTS (Universal Mobile Telecommunications Service) เป็นมาตรฐานที่ ออกแบบมาสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้นำไปพัฒนาจากยุค 2G ไปสู่ ยุค 3G อย่างเต็มตัวโดยเทคโนโลยีหลักที่มีการยอมรับการใช้งานทั่วโลกคือ W-CDMA (Wideband Code Division Multiple Access )
  • มาตรฐาน cdma2000 เป็นการพัฒนาเครือข่าย CDMA ให้รองรับการสื่อสารในยุค 3G รับผิดชอบการพัฒนาเทคโนโลยีหลักคือ cdma2000-3xRTT ที่ศักยภาพเทียบเท่า มาตรฐาน W-CDMA

อ้างอิง   http://www.chandra.ac.th/office/ict/project/3G%20Technology/Content.php?node=8

8 ความคิดเห็น: